วันศุกร์ที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2554

ใกล้แสนใกล้ กลับไกลแสนไกล

ตำนานปรัมปราของอินเดียนแดง
กล่าวไว้ว่า เมื่อพระเจ้าสร้างโลก
พระเจ้าได้สร้างสรรพสัตว์ขึ้นมาก่อน
จากนั้นก็สร้างมนุษย์ แต่ไม่ลืมที่จะสร้างปัญญาให้แก่มนุษย์ด้วย

เมื่อสร้างมนุษย์เสร็จแล้ว
จึงนึกได้ว่าปัญญาที่สร้างให้มนุษย์นั้น มีอานุภาพมาก
ปัญญาของมนุษย์ สามารถทำให้มนุษย์เป็นอิสระจากพระเจ้า

พระเจ้าจึงเรียกราชสีห์ไปหารือว่า
จะเอาปัญญาของมนุษย์ไปซ่อนไว้ที่ไหนดี

ราชสีห์จึงเรียกประชุมเหล่าบรรดาสรรพสัตว์
แล้วถามว่า จะเอาปัญญาของมนุษย์ไปซ่อนไว้ที่ไหนดี
มนุษย์จึงจะหาไม่เจอ

ปลาวาฬตอบว่า เอาไปซ่อนไว้ใต้ทะเลที่ลึกที่สุด
ราชสีห์คิดสักพัก ก็บอกว่าไม่ได้หรอก
มนุษย์นั้นชอบดั้นด้นเดินทางไปทุกแห่ง สักวันหนึ่ง มนุษย์ต้องหาเจอ

หมีตอบว่า เอาไปซ่อนในถ้ำบนยอดเขาที่สูงที่สุด
ราชสีห์คิดสักพัก ก็บอกว่าไม่ได้หรอก
มนุษย์นั้นชอบเสาะแสวงหาแม้ในที่ลึกลับ ไม่ช้าก็เร็ว มนุษย์ต้องหาเจอ
สรรพสัตว์ต่างนิ่งอึ้ง นึกไม่ออกว่าจะเอาไปซ่อนที่ไหนดี

ระหว่างที่นิ่งเงียบนั้นเอง
หนูก็ตะโกนออกมาว่า ข้ารู้คำตอบแล้ว
สรรพสัตว์ต่างส่งเสียงอื้ออึง โห่ฮา เยาะเย้ยหนู
เจ้าหนูตัวเล็ก เจ้ากล้าดียังไงถึงออกหน้ามาเสนอคำตอบ

ราชสีห์จึงบอกให้เหล่าสรรพสัตว์เงียบเสียง แล้วถามหนูว่า
เจ้าแน่ใจนะว่าเจ้ารู้คำตอบ

หนูพยักหน้า แล้วตอบว่า
ก็เอาไปซ่อนไว้ที่ใจของมนุษย์ไง
ซ่อนตรงนั้น รับรองว่ามนุษย์ไม่มีทางหาเจอ

ราชสีห์ไตร่ตรองอยู่ครู่หนึ่ง ก็เห็นด้วย
จึงนำคำตอบนั้นไปบอกแก่พระเจ้า

พระเจ้าพึงพอใจในคำตอบของหนูมาก
ใช่สิ มนุษย์ชอบมองไปข้างนอก แต่ไม่เคยมองมาที่ใจของตนเลย
ใจนั้นอยู่ใกล้แสนใกล้ แต่สำหรับมนุษย์ มันกลับไกลแสนไกล

นับแต่นั้น ปัญญาที่แท้อันทรงอานุภาพของมนุษย์
จึงถูกนำไปซ่อนไว้ที่ใจของมนุษย์เอง

แล้วมนุษย์ ก็หาปัญญาไม่เจออีกเลย
...
หมายเหตุท้ายเรื่อง

ปัญญา หมายถึงความสามารถในการมองเห็นความจริง ตามที่มันเป็นจริง
ไม่ใช่ความจริงที่เราทึกทักเอาเองว่ามันจริง

ความจริงตามที่มันเป็นจริงก็คือ ความจริงตามธรรมชาติ
กล่าวคือ สรรพสิ่งไม่มีอะไรเป็นตัวตนแท้ๆ โดยตัวมันเอง
ต่างก็มีปัจจัยหลากหลายมาประชุมกัน จนเกิดเป็นองค์ประกอบ
(กระทั่งแต่ละตัวปัจจัยเอง ก็ยังมีปัจจัยย่อยๆลงไปอีก มาประชุมกัน)
และปัจจัยทั้งสิ้นทั้งปวงเหล่านั้น ต่างก็เคลื่อนตัวอยู่ตลอดเวลา

ฉะนั้น องค์ประกอบจึงพร้อมจะแยกย้าย กระทั่งสลายตัว
และไปประชุมกันตามเหตุปัจจัย เกิดเป็นองค์ประกอบใหม่ และแยกย้ายสลายตัวอีก
เป็นวงจรไม่รู้จบสิ้น

ดังนี้แล้ว สรรพสิ่ง จึงไม่ควรยึดมั่นถือมั่นเป็นตัวเป็นตน คงที่ถาวร
เพราะมันฝืนกฎธรรมชาติ
และเป็นสาเหตุที่มาของสิ่งที่เรียกว่า ความทุกข์

การยึดมั่นเช่นนี้ จึงเรียกว่า ไม่ใช้ปัญญา หรือจะว่าไร้ปัญญา ก็ยังได้